About

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ signal แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ signal แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

bandwidth แบนวิธ คืออะไร

Bandwidth (แบนด์วิดท์) คือ คำที่ใช้วัดความเร็วในการส่งข้อมูลของอินเทอร์เน็ต ซึ่งโดยมากเรามักวัดความเร็วของการส่งข้อมูลเป็น bps (bit per second) , Mbp (bps*1000000) เช่น Bandwidth ของการใช้สายโทรศัพท์ในประเทศไทย เท่ากับ 14.4 Kbps,Bandwidth ของสายส่งข้อมูลของ KSC ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับอเมริกาเท่ากับ 2 Mbps เป็นต้นแต่ก่อนที่เราจะเข้าสู่บทความมารู้จักก่อนว่าอะไรคือ Bandwidth และ Latency ความหมาย Bandwidth คือ ความกว้างของช่องทางในการรับ-ส่งข้อมูล ส่วน Latency คือ เวลาที่ใช้ไปในการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยความจำ เมื่อเรารู้ความหมายกันแล้วคราวนี้เรามารู้จักถึงหลักการต่างๆ ของ Bandwidth และ Latency ในการพิจารณาการรับ-ส่งข้อมูลบนระบบบัสหลายคนมักจะนึกถึง Bus Bandwidth (Bandwidth ก็คือความกว้างของเส้นทางในการส่งข้อมูล ที่เราสามารถเปรียบเทียบได้กับเลนถนน ยิ่งมีเลนกว้างเท่าไรรถยนต์ซึ่งเปรียบได้กับข้อมูลก็สามารถวิ่งได้สะดวกมาก ขึ้นเท่านั้น) ที่ใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลที่รับ-ส่งบนระบบบัส Bus Bandwidth ด้วยปริมาณจำนวนข้อมูลของเลข single number (0 หรือ 1) ที่ระบบบัสสามารถรองรับได้ แต่ปริมาณขอมูลของเลข single number อาจแปรผันได้ตามเวลา เราจึงพิจารณาการรับ-ส่งข้อมูลผ่านทาง Bus Bandwidth ด้วย Peak bandwidth Bus หรือ ความกว้างสูงสุดในการรับ-ส่งข้อมูลของบัส ซึ่งวัดด้วยจำนวนข้อมูลสูงสุดที่ รับ-ส่งกันระหว่างซีพียูและแรมภายในหนึ่งคาบเวล จากความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำและซีพียูจากรูปที่ 1 ถ้าเรามาคำนวณหา Bandwidth ของบัสที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำและซีพียู ที่สัญญาณนาฬิกา 100 เมกะเฮิรตซ์ โดยที่มีการรับ-ส่งข้อมูลจำนวน 8 ไบต์ในแต่ละหนึ่งรอบของสัญญาณนาฬิกา จะคำนวณออกมาได้ดังนี้
8 bytes * 100MHz = 800 MB/s
และถ้าหากเราคำนวณหา Bandwidth ของบัสที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิการะหว่างหน่วยความจำและซีพียูที่ 133 เมกะเฮิรตซ์ โดยที่มีการรับ-ส่งข้อมูลจำนวน 8 ไบต์ในแต่ละหนึ่งรอบสัญญาณนาฬิกา จะคำนวณออกมาได้ดังนี้
8 bytes * 133MHz = 1064 MB/s
ซึ่งตัวเลข Bandwidth ที่ได้นี้เป็นพียงตัวเลขทางทฤษฎีที่บอกถึงปริมาณของข้อมูลที่เข้าสู่ซีพียู ในแต่ละวินาที ในความเป็นจริง Bandwidth ของระบบจริงอาจมีค่าน้อยกว่าที่คำนวณเพียงเล็กน้อย

พูดง่ายๆ bandwidth ก็เหมือนช่องทางบนถนน หากมีช่องทางบนถนน 8 เลน ก็คือมี bandwidth 8 เลนนั้นเอง

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

มอดดูเลชั่น(Modulation) คืออะไร? ดีมอดดูเลชั่น(De Modulation) คืออะไร?

มอดูเลชัน (Modulation)
เนื่องจากข้อมูลที่ประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นดิจิตอล แต่สายสัญญาณที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสารตามบ้านทั่วไปเป็นสายโทรศัพท์(สายอนาล็อก) ดังนั้นในการสื่อสารข้อมูลจึงต้องมีการแปลงสัญญาณจากดิจิตอลไปเป็นอนาล็อก และเนื่องจากต้องส่งไปเป็นระยะทางไกลจึงต้องมีการเพิ่มพลังงานให้กับสัญญาณด้วยการแปลงสัญญาณ และเพิ่มพลังงานให้กับสัญญาณ ส่วนนี้เราจึงเรียกว่า “มอดูเลชัน (Modulation)”
การมอดูเลชั่น สามารถทำได้โดยการนำข้อมูลมาคูณกับคลื่นพาห์ (Carrier Signal) ซึ่งมีขนาดส่วนสูง(Amplitude) ของสัญญาณ และความถี่ (Frequency) คงที่ ในระดับที่สูงพอต่อการเดินทางแล้วสัญญาณไม่หาย เมื่อสัญญาณที่ส่งออกไปถึงผู้รับแล้ว จะต้องมีการแยกสัญญาณคลื่นพาห์ออกและแปลงข้อมูลกลับไปเป็นข้อมูลดิจิตอล เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ วิธีการนี้เรียกว่า “ดีมอดูเลชัน Demodulation)” อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการมอดูเลตและดีมอดูเลตสัญญาณเรียกว่า “Modem (Modulator – DEModulator)

มอดดูเลชั่น(Modulation) คือ "การส่ง" ข้อมูลโดยการเพิ่มพลังงานเข้าไปให้มีการส่งได้ระยะไกลขึ้น
ดีมอดดูเลชั่น(De Modulation) คือ "การรับ" ข้อมูลที่ส่งมาโดยการเอาพลังงานส่วนเกินออกไปเหลือแต่ข้อมูลอย่างเดียว